
ควรนำสุนัขไปฝึกหรือฝากกับชมรม K9 หรือไม่?
ชมรม K9 มีจุดแข็งเรื่องความเชี่ยวชาญและผลลัพธ์ที่ชัดเจน เมื่อถึงเวลาต้องเลือกวิธีฝึกสุนัข… คุณกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ” กับ “ความสัมพันธ์ที่ต้องสร้างด้วยตัวเอง”
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นโรคที่มนุษยชาติรู้จักกันมานานนับพันปี มีการบันทึกไว้ในตำราแพทย์โบราณหลายอารยธรรม ทั้งอียิปต์ กรีก จีน และอินเดีย แต่แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี โรคนี้ก็ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปจากโลกนี้
ในประเทศไทย โรคพิษสุนัขบ้ายังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ แม้กรมปศุสัตว์จะประกาศเขตพื้นที่ระบาดและรณรงค์ฉีดวัคซีนมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการถูกสุนัขบ้ากัดทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกลที่การเข้าถึงวัคซีนยังจำกัด
สาเหตุสำคัญที่ทำให้โรคนี้ยังคงอยู่ คือการขาดความเอาใจใส่จากเจ้าของสัตว์เลี้ยง برخیคนเลี้ยงสุนัขแบบปล่อย roaming ให้ออกไปนอกบ้านโดยไม่ฉีดวัคซีน บางคนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรค บางคนประมาทคิดว่า “สุนัขที่บ้านไม่เคยออกไปไหน ไม่มีทางเป็น rabies” ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคพิษสุนัขบ้าอย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ การแพร่กระจาย อาการ ไปจนถึงวิธีป้องกันและการปฏิบัติตัวเมื่อถูกสัตว์กัด เพื่อให้คุณและสัตว์เลี้ยงปลอดภัยจากภัยร้ายนี้
Home / การฝึกสุนัข
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อ Rabies virus ซึ่งเป็นไวรัสในสกุล Lyssavirus วงศ์ Rhabdoviridae เป็นไวรัสที่มีรูปร่างคล้ายกระสุนปืน มีสารพันธุกรรมเป็น RNA
คุณสมบัติสำคัญของไวรัสพิษสุนัขบ้า:
อายุสั้นนอกร่างกาย: เมื่อเชื้อออกจากร่างกายสิ่งมีชีวิต จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
อ่อนแอต่อความร้อนและแสงแดด: ถูกทำลายได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน แสงแดด หรือสภาวะแห้งแล้ง
ไวต่อสารฆ่าเชื้อ: แอลกอฮอล์ 70%, Povidone iodine, สบู่และน้ำสะอาด สามารถทำลายเชื้อได้
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด สามารถเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ ทั้งสัตว์เลี้ยงในบ้านและสัตว์ป่า:
| ประเภท | ตัวอย่างสัตว์ |
|---|---|
| สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในบ้าน | สุนัข แมว วัว ควาย แพะ แกะ สุกร ม้า |
| สัตว์ป่า | ลิง ชะนี กระรอก ค้างคาว สุนัขจิ้งจอก |
| สัตว์ฟันแทะ | หนู กระแต (พบได้น้อยมาก) |
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: หลายคนคิดว่าโรคพิษสุนัขบ้าติดต่อจากการถูกสุนัขหรือแมวกัดเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว เชื้อสามารถแพร่กระจายสู่คนจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ ที่เป็นโรคและมีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับคนได้ด้วย เช่น วัว ควาย แพะ แกะ สุกร ม้า ลิง ชะนี กระรอก และสัตว์ป่าต่างๆ
สัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะขับเชื้อออกมากับ น้ำลาย ก่อนที่สัตว์จะแสดงอาการป่วย 3-5 วัน จนกระทั่งเสียชีวิต เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายของคนหรือสัตว์อื่นผ่านทาง:
บาดแผลที่ถูกกัด — เส้นทางที่พบบ่อยที่สุด
บาดแผลที่ถูกข่วน — โดยเฉพาะกรงเล็บที่มีน้ำลายปนเปื้อน
รอยถลอกที่ผิวหนัง — แม้เป็นแผลเล็กน้อยก็เสี่ยง
เยื่อบุตา จมูก และปาก — เชื้อสามารถผ่านเข้าทางเยื่อบุเหล่านี้ได้
การเลียบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล — แม้ไม่มีแผลชัดเจน
ระยะฟักตัวของเชื้อ (ระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อจนแสดงอาการ) มีความแตกต่างกันในแต่ละชนิด:
ในสุนัขและแมว: ประมาณ 3-8 สัปดาห์
ในคน: ประมาณ 3 สัปดาห์ ถึง 4 เดือน บางรายอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ อาจใช้เวลาเป็นปีจึงแสดงอาการ
ปัจจัยที่ влияต่อระยะฟักตัว:
ปริมาณเชื้อที่ได้รับ
ตำแหน่งที่ได้รับเชื้อ (แผลใกล้สมองหรือระบบประสาทส่วนกลางจะแสดงอาการเร็วขึ้น)
ความรุนแรงของเชื้อ (เชื้อจากสัตว์ป่ามีความรุนแรงมากกว่าสัตว์เลี้ยง)
ภูมิคุ้มกันของแต่ละบุคคล
ความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง ผลการชันสูตรโรคพิษสุนัขบ้าโดยห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พบว่า มีการตรวจพบเชื้ออยู่ตลอดทั้งปี ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะฤดูร้อนเท่านั้น
การที่คนเข้าใจว่าเกิดเฉพาะหน้าร้อนอาจเป็นเพราะช่วงหน้าร้อนมีกิจกรรมกลางแจ้งมากขึ้น ผู้คนและสัตว์ออกมาเจอกันบ่อยขึ้น โอกาสถูกกัดจึงสูงขึ้น แต่เชื้อไม่ได้หายไปในฤดูอื่น
อาการในสุนัขมี 2 แบบ ได้แก่
แสดงอาการทางประสาท กระวนกระวาย
กัดทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ตัวแข็ง เกร็ง
บางตัวล้มลงชักกระตุก
ถ้ากักขังไว้จะกัดกรงจนเลือดไหลโดยไม่รู้สึกเจ็บปวด
อาการดังกล่าวเรียกว่า ระยะตื่นเต้น (Excitative Stage) ซึ่งจะแสดงอาการอยู่หลายวัน
จากนั้นเข้าสู่ ระยะอัมพาต (Paralytic Stage)
สุนัขจะมีน้ำลายไหล ไม่สามารถใช้ลิ้นได้
อาจมีอาการขย้อนคล้ายมีอะไรติดคอ
ล้มลง เป็นอัมพาตทั่วตัว และตายในที่สุด
สุนัขอาจแสดงอาการในระยะตื่นเต้นสั้นมากจนไม่ทันสังเกตเห็น
แล้วแสดงอาการในระยะอัมพาตทันที
อาการทั่วไป: ซึม เบื่ออาหาร กลืนลำบาก
สุนัขบ้าที่แสดงอาการทั้ง 2 แบบ มักตายในเวลา ไม่เกิน 10 วัน
ข้อสังเกตสำคัญ: เมื่อสุนัขแสดงอาการป่วยแล้ว จะเสียชีวิตทุกราย ไม่มีการรักษาให้หายได้
มักซุกตัวในมุมมืด
มีอาการตื่นเต้น ดุร้าย
กล้ามเนื้อสั่น
น้ำลายไหล
มีอาการทางประสาท
จะกัดหรือข่วนอย่างรุนแรงไม่ปล่อย
ขาเป็นอัมพาตและตายในที่สุด
ระยะแรก (Prodromal Stage):
มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
รู้สึกเจ็บหรือคันบริเวณที่ถูกกัด (แม้แผลหายแล้ว)
วิตกกังวล กระสับกระส่าย
ระยะตื่นเต้น (Excitative Stage):
กลัวน้ำ (Hydrophobia) — อาการเด่นชัด
กลืนลำบาก พูดลำบาก
กระสับกระส่าย รุนแรง
ประสาทหลอน
ระยะอัมพาต (Paralytic Stage):
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
เป็นอัมพาต
เสียชีวิตในที่สุด
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ เมื่อแสดงอาการป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย จึงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกันอย่างจริงจั
บาเซนจิเป็นสุนัขที่มีพลังงานสูง แม้จะมีขนาดเล็ก แต่พวกมันต้องการการออกกำลังกายอย่างเพียงพอเพื่อสุขภาพกายและใจ
| ด้าน | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลา | อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน |
| ประเภทกิจกรรม | • เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ • วิ่งในพื้นที่ปลอดภัย (ต้องมีรั้วกั้น) • Lure Coursing — กิจกรรมที่เหมาะที่สุดสำหรับสัญชาตญาณการล่า • Agility — การฝึกความว่องไว • เกมดมกลิ่น (Scent Work) • ของเล่นไขปริศนา (Puzzle Toys) |
| ข้อควรระวัง | • ห้ามปล่อยอิสระในที่สาธารณะ เพราะสัญชาตญาณการล่าสูงมาก • ต้องใช้สายจูงทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน |
บาเซนจิเป็นสุนัขที่ดูแลขนง่ายมาก (Low Maintenance)
| ด้าน | คำแนะนำ |
|---|---|
| การแปรงขน | สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ด้วยแปรงนุ่มหรือถุงมือยาง |
| การผลัดขน | ต่ำ (Low Shedding) — ไม่ร่วงมาก |
| การอาบน้ำ | อาบน้ำ เมื่อจำเป็นเท่านั้น (ทุก 1-2 เดือน) เพราะพวกมันสะอาดเอง |
| กลิ่นตัว | ไม่มีกลิ่นตัว (Odorless) |
| การทำความสะอาดหู | ตรวจสอบและทำความสะอาดหูเป็นประจำ |
| การตัดเล็บ | ตัดเล็บทุก 2-3 สัปดาห์ |
| การแปรงฟัน | อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง |
| ด้าน | คำแนะนำ |
|---|---|
| คุณภาพอาหาร | อาหารสุนัขคุณภาพสูงที่เหมาะสมกับสุนัขขนาดเล็ก |
| ปริมาณ | ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก อายุ และระดับกิจกรรม (โดยเฉลี่ย 1-1.5 ถ้วยต่อวัน แบ่งเป็น 2 มื้อ) |
| ข้อควรระวัง | บาเซนจิมักมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย |
| อาหารเสริม | อาหารที่มีโปรไบโอติกส์ช่วยระบบย่อยอาหาร |
ล้างแผลทันที ด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง (อย่างน้อย 15 นาที) — นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำก่อน
เช็ดแผล ด้วย Providone iodine หรือแอลกอฮอล์ 70% หรือยาฆ่าเชื้อภายนอกชนิดอื่นๆ
รีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการป้องกันและการรักษาที่ถูกต้อง
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ตามคำแนะนำของแพทย์ (ต้องฉีดให้ครบชุด)
อาจต้องฉีด Immunoglobulin หากแผลลึกหรือมีความเสี่ยงสูง
จดจำลักษณะสัตว์ สังเกตอาการและสาเหตุที่ถูกกัด
ติดตามหาเจ้าของสัตว์ที่กัด ซักถามประวัติการฉีดวัคซีนของสัตว์
ควรกักขังสัตว์และเฝ้าดูอาการอย่างน้อย 10 วัน — หากสัตว์ยังมีชีวิตอยู่ครบ 10 วันหลังกัด แสดงว่าไม่มีเชื้อพิษสุนัขบ้าในน้ำลาย ณ ขณะที่กัด
หากไม่สามารถกักสัตว์ได้ หรือสัตว์นั้นหายไปจากพื้นที่ ให้สันนิษฐานว่าสัตว์ตัวนั้นน่าจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าไว้ก่อน
หากสัตว์ตาย ควรนำส่งห้องปฏิบัติการชันสูตรโรคพิษสุนัขบ้า ได้แก่
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย (คลินิกชันสูตรและวิจัยโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์)
สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ ที่มีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย
วิธีส่งตัวอย่าง:
ตัดเฉพาะส่วนหัวแช่น้ำแข็ง
ใส่ถุงพลาสติกหลายๆ ชั้น
ส่งตรวจภายใน 24 ชั่วโมง
การตัดหัวสัตว์ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นวิธีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
หรือติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ/ปศุสัตว์จังหวัดที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อขอคำแนะนำ
โปรแกรมการฉีดวัคซีนพื้นฐาน:
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ (3 เดือน)
ฉีดกระตุ้นที่ 2-4 สัปดาห์ หลังจากฉีดวัคซีนเข็มแรก
ฉีดกระตุ้นตามกำหนดทุกปี (หรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์)
กรณีลูกสุนัขหรือแมวที่เกิดจากแม่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน:
พาไปฉีดตั้งแต่อายุ 2 เดือน
ฉีดซ้ำที่อายุ 3 เดือน
แล้วฉีดกระตุ้นตามกำหนด
นำสัตว์ไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นตามโปรแกรมเฝ้าระวังโรค
กักสัตว์เพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน (หรือตามคำแนะนำของสัตวแพทย์)
ไม่ปล่อยสัตว์ออกมานอกบ้านโดยไม่ดูแล เพราะอาจได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าจากสุนัขจรจัดที่เป็นโรค
คุมกำเนิดสุนัขและแมว หากไม่ต้องการเพิ่มจำนวน และไม่ควรนำมาปล่อยเป็นสุนัขและแมวจรจัด
ไม่แหย่หรือรบกวนสัตว์ ไม่แยกสัตว์ที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า
อย่าปล่อยให้เด็กเล็กเล่นกับสัตว์โดยลำพัง และไม่ควรคลุกคลีกับสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ
ไม่เก็บลูกสุนัขหรือแมวมาเลี้ยง เพราะอาจมีเชื้อพิษสุนัขบ้าติดมา
เมื่อพบสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ สถานีอนามัย หรือสถานบริการสาธารณสุขทันที
หมั่นสังเกตสัตว์แปลกปลอม ที่เข้ามาในชุมชนเพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรค
การควบคุมประชากรสุนัขและแมวถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายของโรค เนื่องจากสุนัขและแมวจรจัดเป็นแหล่งพาหะโรคต่างๆ และมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาสาธารณะ
ท่านสามารถนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ใด:
โรงพยาบาลสัตว์เพื่อการสอนของสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีคณะสัตวแพทย์ เช่น โรงพยาบาลสัตว์เพื่อการสอน คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
โรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกเอกชนใกล้บ้าน
หน่วยงานราชการหรือสถาบันการศึกษาที่จัดโครงการออกหน่วยรณรงค์ฉีดวัคซีน ในพื้นที่ของท่าน สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีและขอคำปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าและการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้ด้วย
โครงการตัวอย่าง: “โครงการชุมชนร่วมใจห่างไกลโรคพิษสุนัขบ้า” คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร คณาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ทำหมัน ถ่ายพยาธิในสัตว์เลี้ยง และรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน โดยเฉพาะเจ้าของสัตว์เลี้ยง
“เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสการแพร่กระจายโรค โดยการเลี้ยงสัตว์ด้วยความรับผิดชอบ ดูแลเอาใจใส่ ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ เสมือนเขาเป็นสมาชิกของครอบครัว”
| หน้าที่ | รายละเอียด |
|---|---|
| ฉีดวัคซีนสม่ำเสมอ | ฉีดตามกำหนดทุกปี ไม่ขาดตอน |
| ควบคุมการออกนอกบ้าน | ไม่ปล่อย roaming โดยไม่มีผู้ดูแล |
| คุมกำเนิด | ลดจำนวนสัตว์จรจัด |
| สังเกตอาการผิดปกติ | หากพบความผิดปกติรีบพบสัตวแพทย์ |
| ให้ความรู้ผู้อื่น | บอกต่อเรื่องการป้องกันโรค |
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่ ป้องกันได้ 100% หากทุกคนให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงและมีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย การเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนทำได้ไม่ยาก ทั้งโรงพยาบาลสัตว์ คลินิก และโครงการรณรงค์ของภาครัฐและสถาบันการศึกษา
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความตระหนักรู้ ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง หากเราเลี้ยงสุนัขและแมวด้วยความรับผิดชอบ ฉีดวัคซีนตามกำหนด ไม่ปล่อยให้ออกนอกบ้านโดยไม่มีผู้ดูแล และระมัดระวังเมื่อพบสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นโรค เราจะสามารถลดความเสี่ยงและปกป้องทั้งตัวเอง ครอบครัว และสังคมจากภัยร้ายนี้ได้
จำไว้เสมอว่า:
โรคพิษสุนัขบ้า ไม่มียารักษา เมื่อแสดงอาการแล้วเสียชีวิตทุกราย
แต่มันป้องกันได้ ด้วยวัคซีนและการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง
ทุกชีวิตมีค่า ทั้งชีวิตคนและชีวิตสัตว์เลี้ยง
การเลี้ยงสัตว์ด้วยความรับผิดชอบ คือการแสดงความรักที่แท้จริง
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง ติดต่อสัตวแพทย์หรือหน่วยงานปศุสัตว์ใกล้บ้านท่านทันที
ชมรมฝึกสุนัขตำรวจ K9
บริการฝึกและฝากเลี้ยงสุนัขทุกสายพันธุ์ แก้ไขพฤติกรรมทุกพฤติกรรมตามที่เจ้าของต้องการ
ด้วย 2 ใบประกาศหลักสูตรครูฝึกสุนัขตำรวจและวิทยากรระดับนานาชาติเกี่ยวกับหัวข้อพฤติกรรมของมนุษย์กับสุนัข
ลงทะเบียนสอบถามการฝึกสุนัขได้ที่ www.ฝึกสุนัข.com
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า ไม่ได้มีเจตนาทดแทนคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากมีข้อสงสัยหรือกรณีเฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ชมรม K9 มีจุดแข็งเรื่องความเชี่ยวชาญและผลลัพธ์ที่ชัดเจน เมื่อถึงเวลาต้องเลือกวิธีฝึกสุนัข… คุณกำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง “ความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ” กับ “ความสัมพันธ์ที่ต้องสร้างด้วยตัวเอง”

บาเซนจิ (Basenji) เป็นสุนัขพันธุ์เล็กจากแอฟริกากลางที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ไม่เห่า” พวกมันมีบุคลิกเหมือนแมว รักอิสระ และฉลาด แต่ก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ฝึกยากที่สุดเช่นกัน เหมาะสำหรับเจ้าของที่มีประสบการณ์และอดทนสูง

กรตเตอร์ สวิสส์ เมาน์เทน ด็อก (Greater Swiss Mountain Dog) หรือที่เรียกกันเล่น ๆ ว่า “สวิสซี่” (Swissy) เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในกลุ่มสุนัขภูเขาและสุนัขต้อนวัวสวิส (Sennenhund) ทั้ง 4 สายพันธุ์ พวกมันมีต้นกำเนิดจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานในฟาร์มบนภูเขา ทั้งการต้อนฝูงสัตว์ เฝ้ายาม และลากเกวียนบรรทุกของ

ซาลูกิ (Saluki) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปีในตะวันออกกลาง พวกมันได้รับการยกย่องจากชนเผ่าเบดูอินว่าเป็น “ของขวัญจากพระเจ้า” และถูกใช้เพื่อล่ากาเซลล์และกระต่ายในทะเลทราย ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ความเร็วสูงสุดถึง 40 ไมล์ต่อชั่วโมง (64 กม./ชม.) และบุคลิกที่เหมือนแมว ทำให้ซาลูกิเป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ไชนิส ชงช์ (Chinese Chongqing

นอร์วีเจียน เอลก์ฮาวนด์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสุนัขประจำชาติของนอร์เวย์ เป็นสุนัขล่าสัตว์ตระกูลสปิตซ์ที่มีรูปร่างสมส่วนและพละกำลังสูง จุดเด่นของพวกเขาคือความสามารถในการดมกลิ่นอันยอดเยี่ยม และสัญชาตญาณการเฝ้าบ้านจากเสียงเห่าที่กังวาน